บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2019

ตีงูให้กากิน หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตีงูให้กากิน หมายถึงอะไร ? สำนวนไทยที่กล่าวว่า ตีงูให้กากิน นั้นหมายถึง  (สำ) ก. ลงแรงทำสิ่งที่ไม่เป็นคุณแก่ตน แล้วผลประโยชน์ยังกลับไปได้แก่ผู้อื่น. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวน “ตีงูให้กากิน”นั้นใช้ในการเปรียบเปรยถึงการกระทำที่เสียเวลาเปล่าประโยชน์ในการทำบางสิ่งบางอย่างที่เราอุตสาห์ลงทุนลงแรงไป เพื่อหวังประโยชน์แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลยกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่กลับกลายเป็นประโยชน์ให้กับบุคคลอื่น ซึ่งไม่ได้ทำอะไรเลยแทน เหมือนการ ตีงูให้กากิน ตีงูได้ แต่ตัวเองก็กินเนื้องูไม่ได้ ต้องให้กามากินนั่นเอง สำนวนนี้มีที่มาจากการที่เราตีงูที่มีพิษร้าย ด้วยการเสี่ยงตายจากการที่เราต้องสู้กับงูแต่ทว่าพอเราตีงูตายแล้ว เราก็ไม่สามารถกินงูหรือได้ประโยชน์อะไร กลับกลายเป็นกา ที่มากินงู ซึ่งเรียกได้ว่าไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลยก็ได้งูกินแล้วนั่นเอง ตี หมายถึง ก. เอามือหรือไม้เป็นต้นฟาดหรือเข่นลงไป เช่น ตีเด็ก ตีดาบ, ตบเบา ๆ เช่น ตีพุง งู หมายถึง น. ชื่อสัตว์เลื้อยคลานอันดับย่อย Serpentes ในอันดับ Squamata หัวไม่มีรูเปิดสำหรับฟังเสียง ลำตัวเรียวยา...

ตาลยอดด้วน หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตาลยอดด้วน หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ตาลยอดด้วน นั้นหมายถึง (๑)  (สำ) น. คนที่ไม่มีทางเจริญก้าวหน้าต่อไปอีกแล้ว  สำนวนไทยที่กล่าวว่า ตาลยอดด้วนนั้นใช้ในการเปรียบเปรยถึงคนที่ไม่มีทางที่จะเจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานต่อไปอีกแล้ว อาจจะเกิดจาก อายุที่มากขึ้น หรือว่าได้ทำความผิดอะไรเอาไว้แล้วถูกลงโทษไม่ให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นในหน้าที่การงาน หรืออาจจะมีปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถทำงาน และสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักได้เต็มที่ ที่มาของสำนวนนั้น มาจากการเปรียบเปรยถึงต้นตาลที่มียอดกุดด้วน อาจจะเกิดจากโรค และแมลงบางชนิดเจาะกินยอดของต้นตาล จนทำให้ยอดเน่าแห้งตายจนยอดด้วยในที่สุด ยอดของต้นตาลนั้นใช้ในการเลี้ยงลำต้นของตาล ดังนั้นถ้ายอดนั้นโดนทำลายไปแล้ว จะไม่สามารถงอกขึ้นมาให้มได้เด็ดขาด สำหรับพืชตระกูลตาลนี้ เมื่อยอดนั้นตายลงไปลำต้นก็ไม่สามารถอยู่ได้มีแต่จะยืนต้นตายเท่านั้น ดังนั้นสำนวนไทยที่กล่าวถึง ตาลยอดด้วนนั้น จึงหมายถึง คนที่ไม่มีทางเจริญก้าวหน้าอีกต่อไปแล้วนั่นเอง ตาล หมายถึง [ตาน] น. ชื่อปาล์มชนิด Borassus flabellifer L. ในวงศ์ Palmae ใบใหญ่ ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ...

ตาบอดได้แว่น หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตาบอดได้แว่น หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “หัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น” หมายถึง   (สำ) น. ผู้ที่ได้สิ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน มักพูดเข้าคู่กับ หัวล้านได้หวี เป็น หัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น. สำนวนหัวล้านได้หวี นั้นมักจะใช้ในการกล่าวถึงคนที่ได้ของที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับตนเองเลย ถึงได้ของมีค่ามากมายก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะว่าเขาไม่รู้จักวิธีใช้ หรือไม่รู้จักวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น เหมือนกับการได้สิ่งของมาแต่ไม่รู้จักวิธีใช้นั่นเอง ที่มาของสำนวนที่กล่าวว่า”ตาบอดได้แว่น”เปรียบเปรยถึงคนตาบอดที่พิการมาแต่กำเนิด แต่ได้แว่นสายตามาใช้งาน ซึ่งไม่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้ เพราะว่าตาบอดอยู่แล้ว รังแต่จะทำให้เกะกะเปล่าๆ ส่วนสำนวน หัวล้านได้หวีก็เช่นกัน มักจะหมายถึงคนที่หัวล้าน ไม่มีเส้นผมบนหัวเลยแต่กลับได้หวีมา ก็ไม่รู้จะเอาไว้หวีส่วนใหนของร่างกาย เพราะผมก็ไม่มี การที่ได้รับ หรือได้มาซึ่งสิ่งของที่ไม่เป็นประโยชน์แก่คนนั้น นอกจากที่จะไม่ทำให้เกิดประโยชน์แล้ว กลับเป็นภาระเสียด้วยซ้ำ ในบางกรณีที่สิ่งของที่ได้มานั้นต้องการการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งอาจ...

ตีตนก่อนไข้ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตีตนก่อนไข้ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า อย่าตีตนไปก่อนไข้ นั้นหมายถึง  (สำ) ก. กังวลทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนไทยที่กล่าวว่า ตีตนก่อนไข้นั้น คนบางคนนั้น วิตกทุกข์ร้อนถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยมักนึกวาดภาพที่น่ากลัวไปต่าง ๆนานา วิตกกังวลในเรื่องต่างๆแล้วก็กลัวเสียเอง คนอย่างนี้โบราณเรียกว่า "ตีตนก่อนไข้" คือ ยังไม่ป่วยเลย แต่คิดว่าตนป่วยเสียแล้ว ซึ่งแน่นอนใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวพ่อจิตใจเริ่มไม่เข้มแข็งร่างกายก็พลอยอ่อนแอไปด้วย การวิตกกังวลจนเกินเหตุไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เรานั้นไม่กล้าที่จะทำอะไร กลังแต่ความผิดพลาดล้มเหลวหรือ ทำอะไรไม่ได้เต็มที่เพราะว่าเรากังวลว่ามันจะไม่สำเร็จ ที่มาของสำนวนนี้ มาจากการที่เรารู้สึกปวดหัวตัวร้อน เหมือนจะเป็นไข้แต่ก็ไม่ได้เป็นไข้จริง ๆเพราะว่าอาจจะแค่ร้อนเพราะว่าอากาศร้อนหรือกินอาหารที่ให้พลังงานสูงจนทำให้ร่างกายเผาผลาญมากเกินไป จนทำให้ตัวร้อนแต่ก็เกิดความกังวลว่าจะเป็นไข้ไม่สบายจริงแล้วคิดมากจนเกิดอาหารปวดหัวร่วมด้วย นั่นเอง ตี หมายถึง  ก. เอามือหร...

ตีงูให้หลังหัก หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตีงูให้หลังหัก หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ตีงูให้หลังหัก”  หมายถึง  (สำ) ก. กระทำการสิ่งใดแก่ศัตรูโดยไม่เด็ดขาดจริงจังย่อมจะได้รับผลร้ายในภายหลัง เช่น ประเวณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง (อภัย). อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวน ตีงูให้หลังหัก ใช้ในการเปรียบเปรยถึง การจัดการกับปัญหาต่างๆเกี่ยวกับศัตรูที่ไม่เด็ดขาดพอ อาจจะทำให้ศัตรูมีกำลังคืนมาแล้วกลับมาแว้งกัด หรือทำร้ายเราในภายหลังได้ ดังนั้นการที่จะทำอะไรกับศัตรูนั้นควรที่จะทำให้เด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเอาคืนเราได้นั่นเอง ที่มาของสำนวนนี้มาจากในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า การตีงูให้หลังหักแต่งูไม่ตายนั้นจะทำให้งูเกิดความอาฆาต และจะตามจองล้างจองผลาญจนคนคนนั้นต้องตายไปตามกัน นั่นเป็นความเชื่อของคนในสมัยโบราณ แต่ว่าในความจริงแล้วไม่เป็นความจริงที่งูจะสามารถตามจองล้างจองผลาญคนได้ การที่คนในสมัยโบราณเชื่ออย่างนั้นก็เพราะว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงูดีพอ งูไม่ใช่ทุกชนิดที่มีอันตราย และงูส่วนมากจะไม่ทำร้ายคนถ้าไม่จวนตัวหรือโดนคุกคามแบบประชิดจนเกินไป ส่วนมากจะเลื้อยหนี...

ติเรือทั้งโกลน หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ติเรือทั้งโกลน หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ได้ทรงเครื่อง.  นั้นหมายถึง (สำ) ก. ตำหนิสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จหรือที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร, ติพล่อย ๆ ไปเสียก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร, มักใช้เข้าคู่กับ ติโขนยังไม่ได้แต่งตัว เป็น ติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ได้แต่งตัว. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนไทยที่กล่าวว่า “ติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ได้ทรงเครื่อง” นั้นจึงหมาถึงการติมั่วซั่วการติสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จหรือยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ติไปก่อน โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะดีหรือไม่ดีคนที่คิดลบก็มักจะมองอย่างอื่นในแง่ลบไปเสียทั้งหมด คนอื่นทำอะไรก็มีแต่ติเตียนไว้ก่อนเสมอ โดยไม่สนใจอะไรเลย คนเช่นนี้มักจะเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรนอกจากติคนอื่นและเป็นผู้ที่ไม่รู้จริง มักอวดรู้มากกว่าที่จะลงมือปฏิบัติ ดังนั้นคำพูดของคนประเภทนี้จึงมักไม่น่าให้ความเชื่อถือ และเอามาเป็นสาระ หรือสนใจอะไร ที่มาของสำนวน ติเรือทั้งโกลนนั้นในการสร้างเรือในสมัยก่อนนั้นจะมีการใช้ท่อนซุงทั้งท่อน เลื่อยปีกไม้ออก แล้วเจียนหัวท้ายให้แหลมให้ดูมีลักษณะคล้ายเรือเราเรียกว่า...

ตำข้าวสารกรอกหม้อ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตำข้าวสารกรอกหม้อ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ตำข้าวสารกรอกหม้อ” นั้นหมายถึง  (สำ) ก. หาเพียงแค่พอกินไปมื้อหนึ่ง ๆ, ทำพอให้เสร็จไปชั่วครั้งหนึ่ง ๆ. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนนี้ใช้ในการเปรียบเปรยถึงคนที่เกียจคร้านไม่มีการวางแผนการใช้ชีวิตใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆ สโลวไลฟ์ คือไม่รู้จักคิดถึงวันข้างหน้าว่าจะทำอะไร อย่างไรต่อไป สนใจตั้งแต่ตอนนี้ คนประเภทนี้จึงมีโอกาสเจริญก้าวหน้า หรือมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะไม่รู้จักวางแผน แม้กระทั่งการกินยังไม่ให้ความสนใจ อย่างอื่นก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันแน่นอน ที่มาของสำนวน ตำข้าวสารกรอกหม้อมาจาก สมัยก่อนนั้นยังไม่มีโรงสีข้าวที่จะขัดข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสาร แต่มักใช้การตำข้าวด้วยครก เพื่อที่จะแยกเปลือกข้าวออกจากเมล็ดข้าวให้ได้ข้าวสาร ซึ่งต้องใช้แรงมากและกินเวลานาน ดังนั้นคนทั่วไปมากจะตำข้าวเก็บไว้ที่ละมากๆให้พอกิน 3-5 วันแต่สำหรับคนที่ขี้เกียจก็จะตำข้าวสารเพียงวันต่อวัน ไว้กรอกหม้อเท่านั้น จะไม่ตำข้าวไว้เผื่อวันข้างหน้าเลย ตำข้าวสารกรอกหม้อจึงหมายความว่า หาเพียง แค่พอกินพอใช้ไปมื้อๆหนึ่งเท่านั้...

ตาบอดคลำช้าง หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตาบอดคลำช้าง หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ตาบอดคลำช้าง” นั้นหมายถึง (สำ) น. คนที่รู้อะไรด้านเดียวหรือนัยเดียวแล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น.  อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนดังกล่าวมักใช้ในการอธิบายถึงผู้ที่ชอบมองด้านเดียว แล้วตีความเอาตามที่ตนเองเข้าใจเพียงคนเดียว โดยที่ไม่ยอมที่จะฟังความคิดเห็น หรือพิจารณาความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย ซึ่งแน่นอนสิ่งที่เขารับรู้และเข้าใจอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของความจริงที่ปรากฏอยู่ เพราะว่ามองและสรุปด้วยข้อมูลเพียงด้านเดียว ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะสรุป และศึกษา หรือเรียนรู้อะไรเพียงด้านเดียว ควรจะมีการศึกษาและ เรียนรู้หลายๆด้านในเรื่องนั้นทั้งด้านที่ดี และไม่ดี รวมถึงต้องมีการรับฟัง และพิจารณาความเห็นของผู้อื่นด้วยนั่นเอง โดยที่มาของสำนวน ตาบอดคลำช้าง นั้นมาจากเรื่องเล่าโดยพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล ที่ตรัสสั่งสอนแก่ภิกษุมีเนื้อเรื่องว่า มีพระราคชาองค์หนึ่งในนครสาวัตถี ใด้นำเอาคนตาบอดแต่กำเนิดทั้งหมดหลายคนมาประชุมกันโดยให้นำช้างตัวหนึ่งมาให้คนตาบอดเหล่านั้นทำความรู้จักด้วยการลูบคลำโดยแบ่งให้แต่ละกลุ่มนั้นแสดงส่...

ตัดหางปล่อยวัด หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตัดหางปล่อยวัด หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทย ที่กล่าวว่า”ตัดหางปล่อยวัด” (ตัด-หาง-ปล่อย-วัด)นั้นหมายถึง  (สำ) ก. ตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง ไม่เอาเป็นธุระอีกต่อไป. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนตัดหางปล่อยวัดนั้น หมายถึงการขอตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องอะไรด้วยอีกต่อไป นับตั้งแต่บัดนี้สำนวนนี้ใช้ในการประชดประชันถึงการที่จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยกับบุคคลดังกล่าว โดยการตัดหางปล่อยวัด เหมือนกับการตัดขาด ไม่ขอเกี่ยวข้อง ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป สำหรับที่มาของสำนวนตัดหางปล่อยวัดนั้น ว่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นมีกฏมณฑลเทียรบาลอยู่ว่า หากมีเหตุที่เหล่าข้าไทหรือพวกราชบริพารทะเลาะเบาะแว้งกันแต่เพียงเหตุเล็กน้อย จนไปถึงเหตุถึงขั้นทะเลาะตบตีหรือมีหญิงแท้งลูกแล้ว ตามกฏนั้นจะต้องเอาไก่ไปปล่อยเสียนอกพระนครเพื่อเป็นการปล่อยเสนียดจัญไรจากพระนคร ดังความว่า "อนึ่ง วิวาทตบตีฟันแทงกันให้โลหิตตกในพระราชวังก็ดี และหญิงสาวใช้ทาษไทยผู้ใดคลอดลูกแท้งลูกในพระราชวังก็ดี ท่านให้มันพลีวัง ให้ตั้งโรงพิธีที่ ๔ ประตู ไก่ประตูละคู่ นิมนต์พระมาสวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน ให้หาชีพ่อพราหมณ์ซึ่งพลีกรรมมากระทำบวง...

ตักน้ำรดหัวตอ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตักน้ำรดหัวตอ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ตักน้ำรดหัวตอ นั้นหมายถึง  (สำ) ก. แนะนำพรํ่าสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวน ตักน้ำรดหัวตอนั้นใช้ในการอธิบายถึงคนที่มีนิสัยดื้อรั้นไม่พังคำสั่งสอนของผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์มากกว่าเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่สนใจในเหตุผลใด ๆ มักใช้อารมณ์เป็นตัวคอยตัดสินเรื่องราวต่างๆในชีวิต มากกว่าเหตุผลคนประเภทนี้ มักที่จะตัดสินใจผิดพลาดหลายครั้งเป็นประจำ โดยพวกเขานั้นไม่ได้สนใจฟังเสียงตักเตือนหรือพร่ำสอนของใครเลย แตกต่างกันกับคนเก่งที่ถึงแม้ว่าจะคิดนอกกรอบ แต่พวกเขาคิด และทำภายใต้เหตุและผลในการรองรับ ไม่ได้ใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นที่ตั้งในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ที่มาของสำนวนตักน้ำรดหัวตอนั้น มาจากการที่เราพยายามที่จะทำอะไรก็ไม่เกิดผล โดยเปรียบเทียบการรดน้ำลงไปบนหัวตอ คือตอไม้ที่ตายแล้ว ไม่ว่าจะรดน้ำอย่างไร ก็ไม่มีอะไรงอกเงยขึ้นมา เป็นการกระทำที่สูญเปล่าในการที่จะทำ เสียทั้งแรงและเวลา โดยไม่ได้ผลดีอะไร ดังนั้นจึงมักใช้สำนวน ตักน้ำรดหัวตอในการอธิบายถึงคนที่ไม่ยอมรับฟังคนอื่นถึงแม้จะแน...

ตกกระไดพลอยโจน หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ตกกระไดพลอยโจน หมายถึงอะไร ? สำนวน สุภาษิตไทย ที่กล่าวว่า “ตกกระไดพลอยโจน” นั้นหมายถึง  (สำ) เมื่อพลาดไปแล้วก็ยอมเลยตามเลยเพื่อไม่ให้เสียเชิง. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔  สำนวนตกกระไดพลอยโจร นิยมใช้เปรียบเทียบเมื่อเราต้องอยู่ในภาวะจำยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการแบบคาดไม่ถึง โดยไม่ได้เตรียมตัว หรือเตรียมใจ และไม่ทราบมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่ามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องเลยตามเลย ที่มาของ สำนวน ตกกระไดพลอยโจนนั้น  คือการตกกระได ก็เลยกระโจนตามไปดีกว่าที่จะฝืนล้มแล้วจะเจ็บหนักกว่าที่จะตกลงมาปกติ นั่นเอง สำนวนนี้มักใช้เปรียบเทียบคนที่ทำไม่ดีอะไรบางอย่างที่ทำเพราะสถานการณ์พาไป เนื่องจากมักเป็นเรื่องไม่ค่อยดี และไม่มีทางแก้ไข เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ตก หมายถึง ก. พลัดลง, หล่นลง, เช่น ตกบันได ตกต้นไม้ กระได หมายถึง น. สิ่งที่ทำเป็นขั้น ๆ สำหรับก้าวขึ้นลง, บันได ก็ว่า. พลอย หมายถึง [พฺลอย] น. หินที่มีเนื้อใสสีต่าง ๆ ใช้ทำเป็นเครื่องประดับมีหัวแหวนเป็นต้น, เรียกสิ่งที...

ได้ทีขี่แพะไล่ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ได้ทีขี่แพะไล่ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ได้ทีขี่แพะไล่” หมายถึง  (สำ) ก. ซํ้าเติมเมื่อผู้อื่นเพลี่ยงพลํ้าลง. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวน ได้ทีขี่แพะไล่นั้น มักจะใช้พูดถึงคนที่ชอบซ้ำเติมคนอื่น ได้ทีขี่แพะไล่ เมื่อทำอะไรผิดพลาดลงไป โดยไม่ได้ตั้งใจ อาจจะเพราะความอิจฉา รอซ้ำเติมอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที เมื่อได้ทีก็ต้อง ซ้ำเติมให้เต็มที่ ซึ่งคนประเภทนี้เรียกว่าคบไม่ได้ ไม่รู้จักอะไรควรไม่ควร ขืนคบไปก็รังแต่จะสร้างปัญหา หรือนำปัญหามาให้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงดีที่สุด การที่คนอื่นผิดพลาด ถ้าช่วยได้ ควรให้ความช่วยเหลือ หรือไม่ซ้ำเติม โบราณว่าไว้คนล้มอย่าข้าม ไม้ล้มจึงข้าม คนที่ชอบซ้ำเติมคนอื่นก็อาจจะมีโอกาสทำผิดพลาดด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ควรซ้ำเติมคนอื่น ที่มาของสำนวนนี้ มาจากนิทานในบทเรียนสมัยก่อนที่มีเนื้อเรื่องว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีกระต่ายมีขาพิการได้เป็นเพื่อนกับแพะ ส่วนเจ้าแพะก็ตาบอด ทั้งคู่จึงเป็นเพื่อนกันโดย กระต่ายจะขี่หลังแพะคอยบอกทิศทางเวลาจะไปไหนมาไหน ทั่วทั้งป่า มีอยู่วันหนึ่งไปพบช้างที่กำลังทุกข์ใจเพราะจะต้องถูกเสือกิ...

ดีดลูกคิดรางแก้ว หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ดีดลูกคิดรางแก้ว หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ดีดลูกคิดรางแก้ว นั้นหมายถึง (สำ) ก. คำนวณอย่างรอบคอบแล้วเห็นแต่ทางได้ถ่ายเดียว เช่น ดีดลูกคิดรางแก้วแล้ว โครงการนี้มีแต่กำไรไม่มีทางขาดทุน. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ดีดลูกคิด เป็น สำนวน หมายถึง คำนวณผลได้ผลเสียหรือกำไรขาดทุนอย่างละเอียดแล้วจึงตัดสินใจลงมือกระทำ สำหรับสำนวน ดีดลูกคิดรางแก้ว ขยายความหใยถึงว่า คิดคำนวณและพิจารณามาอย่างดีแล้ว จึงได้ตัดสินใจเริ่มต้นลงมือทำ และจากการคาดการสำเร็จ และได้กำไรแน่นอน ไม่มีผิดพลาด “ ดีดลูกคิดรางแก้ว ” ก็คือ อากัปกิริยาที่เอานิ้วมือแตะลูกคิด หรือเครื่องคำนวณเลขของจีน ที่ทำด้วยแก้วเป็นลูกกลมๆร้อยใส่ไว้ในรางแก้ว หรือ ที่เราเรียกว่า “ ลูกคิดรางแก้ว ” “ ดีดลูกคิด ” เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า “ คำนวณผลได้ผลเสีย หรือ กำไรขาดทุนอย่างละเอียด ” เมื่อมาเติมคำว่า “ รางแก้ว ” เข้าไป มันจึงมีความหมายว่า มันเป็นลูกคิดที่เป็นของดีมีค่ามีราคาสูง ดังนั้น “ ดีดลูกคิดรางแก้ว ” จึงมีความหมายว่า “ คำนวณอย่างรอบคอบแล้วเห็นแต่ทางได้ถ่ายเดียว ไม่มีขาดทุนแน่นอน ” การที่จะเริ่มต้นทำ...

ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ หมายถึงอะไร ? สำนวน สุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ หรือ ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว นั้นหมายถึง  (สำ) ก. ซื้อของไม่คำนึงถึงกาลเวลา ย่อมได้ของแพง, ทำอะไรไม่เหมาะกับกาลเวลา ย่อมได้รับความเดือดร้อน. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ การกระทำสิ่งใดที่ไม่ค่อยถูกเวลา เช่นซื้อของไม่ดูฤดูกาล ทำให้ได้ของที่มีราคาแพงกว่าฤดูอื่นมากโดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการสูง เช่นเสื้อผ้ากันหนาวในหน้าหนาว หรือ ผลไม้นอกฤดู ราคาก็จะแพงมากกว่าช่วงที่ผลไม้ต้นนั้นออกลูกหรือผลปกติ ซื้อผ้าหน้าตรุษ  คำว่า ผ้า ในสมัยก่อนก็คือเสื้อผ้าในสมัยนี้  เพราะการแต่งกายแต่ก่อนมีผ้านุ่ง ผ้าห่ม ทั้งหญิงและชาย  หรือเป็นผ้าชิ้นที่ซื้อไปตัดเสื้อเพราะไม่มีร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปอย่างในสมัยนี้  ส่วนคำว่า ตรุษ หมายถึง สิ้นปี  ขึ้นปีใหม่  นั่นคือตรุษสงกรานต์  การที่จะซื้อผ้าในช่วงนั้นที่ใคร ๆ ก็อยากแต่งตัวสวยงามแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ในปีใหม่  ในเทศกาลรื่นเริงประจำปี  ผ้าก็จะแพงเพราะเป็นที่ต้องการ  ดังนั้นโบราณตั...

ซื่อเหมือนแมวนอนหวด หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ซื่อเหมือนแมวนอนหวด หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ซื่อเหมือนแมวนอนหวด นั้นหมายถึง  (สำ) ว. ทำเป็นซื่อ. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนซื่อเหมือนแมวนอนหวด เป็นสำนวน มีความหมายว่า มองดูซื่อแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์หรือความปราดเปรียวไว้ภายใน จึงมักจะใช้เป็นคำพูดในเชิงประชด เช่น เธอว่าหัวหน้าเป็นคนซื่อหรือ  ซื่อเหมือนแมวนอนหวดน่ะซิ ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน.           ปรกติแมวจะมีอาการซึมเซาง่วงนอนในเวลากลางวัน และมักจะนอนขดอยู่ในที่แคบ ๆ เช่นในหวด ในซอกตู้ แต่พอถึงเวลากลางคืน แมวก็จะปราดเปรียวว่องไว เพราะเป็นเวลาออกหากิน เวลาแมวนอนในหวด ตัวจะคดไม่ตรง จึงนำมาพูดเปรียบเทียบคนที่คดว่า ซื่อเหมือนแมวนอนหวด. “หวด” คือภาชนะสำหรับนึ่งข้าวเหนียวในสมัยโบราณ สำนวนนี้เปรียบเปรยถึง แมวที่ดูเชื่องๆนอนขี้เกียจอยู่ข้างๆหวดนึ่งข้าว. โดยปกติสำนวนนี้จะใช้ในการเปรียบเปรยถึงคนที่ทำตัวซื่อ ๆในตอนแรกที่พบกันเพื่อที่จะตบตาว่าเป็นคนซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัยไว้ใจได้ แต่ความจริงแล้วเป็นคนที่มีเล่ห์ เพทุบายมาก หรือเป็นคนที่ไม่น่าไว้ในได้เมื่อได้รู้ตัวตนที่จ...

ชุบมือเปิบ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ชุบมือเปิบ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ชุบมือเปิบ นั้นหมายถึง (สำ) ก. ฉวยประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่ได้ลงทุนลงแรง. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนชุบมือเปิบนี้ หมายถึง การกระทำที่เป็นการฉกฉวยโอกาส หยิบ ยึดเอา กอบโกยผลประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นได้ทำไว้ โดยที่ตัวเองไม่ได้ลงทุนลงแรงแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการกระทำที่แย่มาก รับไม่ได้ใช้ในการกล่าวถึงคนที่มีนิสัยชอบแย่ง หรือกอบโกยผลประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำไว้ ซึ่งเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ คบไม่ได้ สพนวนนี้มักใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับการทำไม่ดี ไม่เป็นที่ยอมรับ และน่าละอายอย่างยิ่ง ดังนั้นใครที่โดนกล่าวหาว่าชุบมือเปิปนั้นถ้าเป็นความจริงก็แสดงว่าเป็นคนไม่ดีนั่นเอง ที่มาของสำนวนชุบมือเปิปคืออะไร  คำว่า เปิบ มีความหมายว่า ใช้ปลายนิ้วหยิบข้าวเข้าปากตนเอง ก่อนเปิบข้าว ต้องเอามือชุบน้ำให้เปียก เป็นการทำให้มือสะอาดก่อนหยิบข้าว และเพื่อไม่ให้ข้าวติดมือเวลาเปิบข้าวเข้าปากด้วย           คนที่พอมาถึงก็ลงนั่งชุบมือเปิบข้าวกิน โดยไม่ยอมมีส่วนในการหาอาหาร ประกอบอาหาร หรือตั้งสำรับอาหาร เป...

ชี้นกบนปลายไม้ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ชี้นกบนปลายไม้ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ชี้นกบนปลายไม้” นั้นหมายถึง  (สำ) ก. หวังในสิ่งที่อยู่ไกลตัว. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ชี้นก แสดงอาการอยากจะได้นก ส่วน ปลายไม้ หมายถึงอยู่ไกลสุดเอื้อม สำนวน ชี้นกบนปลายไม้ จึงหมายถึง หวังหรือต้องการสิ่งที่อยู่ไกลตัว สิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ สำนวน ชี้นกบนปลายไม้นั้น หมายถึง การคาดหวังถึงสิ่งที่ไกลตัวจนเกินไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้สำเร็จได้ยาก และ อาจจะไม่สำเร็จ เนื่องจากสิ่งที่หวังนั้นไกลเกินเอื้อมจนเกินที่จะไขว่คว้าเอามาได้นั่นเอง ที่มาของสำนวนนั้นมาจากการที่อยากจะจับนกที่อยู่บนปลายไม้ ซึ่งอยู่สูงเกินไป และยากที่จะเข้าไปจับได้ ถึงแม้ว่าจะปีนขึ้นไปจับได้ก็ไม่สามารถจับนกได้ทันแน่นอนเพราะนกจะตกใจกลัวและบินหนีไปก่อนนั่นเอง สำนวนดังกล่าวนั้นจึงใช้ในการเปรียบเปรยถึงสิ่งที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ หรือทำได้ยากจนทำให้การกระทำดังกล่าวนั้นเสียทั้งแรงและเสียเวลา ก่อนที่จะคาดหวังอะไรที่ไกลตัวเราลองมาพิจารณาสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเสียก่อนจะดีกว่า ว่าเราจำเป็นต้องเอาสิ่งนั้นหรืออยากได้สิ่งนั้นจริง ๆหรือไม่ เพร...

ผัวหาบ เมียคอน หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ผัวหาบ เมียคอน หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “ผัวหาบ เมียคอน” หมายถึง  (สำ) ช่วยกันทำมาหากินทั้งผัวทั้งเมีย, ชายหาบหญิงคอน ก็ว่า. อ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนไทยที่กล่าวว่า ผัวหาบเมียคอนนั้นโบราณใช้ในการเปรียบเปรยถึง คู่สามีภรรยาที่ช่วยกันทำมาหากิน ด้วยการทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อช่วยกันสร้างฐานะให้มั่นคง ซึ่งจะทำให้ชีวิตไม่ขัดสน และไม่พออยู่พอกิน เป็นสิ่งที่สมควรทำในทุกยุคทุกสมัย ที่มาของสำนวน “ผัวหาบเมียคอน”การหาบคือ เอาสิ่งของที่ห้อยที่ปลายคานสองข้างแล้วแบกกลางคานพาไปส่วน คำว่าคอนคือเอาสิ่งของห้อยที่ปลายคานข้างเดียวแล้วแบกบ่าพาไป สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “ ผัวหาบเมียกระเดียด” กระเดียด คือ เอาของเข้าข้างสะเอว ผัว หมายถึง น. สามี, ชายที่เป็นคู่ครองของหญิง, คู่กับ เมีย. หาบ  หมายถึง ก. เอาของห้อยปลายคาน ๒ ข้างแล้วแบกกลางคานพาไป. เมีย หมายถึง น. ภรรยา, หญิงที่เป็นคู่ครองของชาย, คู่กับ ผัว. คอน หมายถึง น. ไม้ที่ทำไว้ให้นกหรือไก่จับ, กิ่งไม้ที่ผึ้งเกาะทำรัง. ตัวอย่างการใช้งานสำนวน ผัวหาบเมียคอนในประโยค  1. “คู่นี้ถึงจะยากจนก็ส่งลู...

ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ หมายถึงอะไร ? สำนวน สุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ นั้นหมายถึง  (สำ) ว. ปล่อยไปตามเรื่องตามราว ไม่เอาเป็นธุระ. อ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔  สำนวนไทย “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ” ก็คือ ถ้าพระภิกษุ หรือ หญิงที่นุ่งขาวห่มขาว โกนคิ้วโกนผม ถือศีล ๘ หรือ ที่เรากันว่า “ แม่ชี ” ประพฤติผิดศีลธรรม หรือ ทำชั่วทำเลวอย่างใด เราก็จำเป็นต้องปล่อยปละละวาง เพราะมันเป็นเรื่องของสงฆ์ที่จะว่ากล่าวตักเตือนกันเอง เราไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยว และเราไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในกิจของสงฆ์อยู่แล้ว หากพบการกระทำผิดก็เพียงแจ้งให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบกันเท่านั้น ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ นั้นหมายถึง ปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน โดยที่เราไม่ต้องไปสนใจ หรือไปใส่ใจอะไรให้เปลืองสมองเปลืองเวลาเพราะไม่ใช่ธุระหน้าที่ของเรา การที่จะเพิกเฉยต่อบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่ธุระของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่ว่ามีเรื่องอะไรก็อยากรู้อยากเห็น ต้องการสอดแทรกเข้าไปรับรู้รับทราบกันทุกเรื่อง งานการไม่สนใจทำแบบนี้ก็ไม่สมควร. ชั่ว หมายถึง ว. เลว, ทราม, ร้าย, ไม่ดีเ...

ชักหน้าไม่ถึงหลัง หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
ชักหน้าไม่ถึงหลัง หมายถึงอะไร ? สำนวน สุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ช่วงนี้”ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หมายถึง  (สำ) ก. มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย. อ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนชักหน้าไม่ถึงหลังนี้ มีความหมายว่าขัดสนมาก มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย หรือมีรายจ่าย มากกว่ารายได้นั่นเอง รายได้ที่ได้รับมา ซึ่งเป็นเงินเดือนนั้นไม่พอใช้จนถึงสิ้นเดือน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในฐานะลำบาก เพราะว่าในช่วงที่เงินหมดนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกินนั่นเอง ที่มาของสำนวน ชักหน้าไม่ถึงหลังมีที่มาจากการนุ่งผ้า ที่ผ้าที่ใช้นุ่งนั้นสั้นเกินไป ไม่สามารถห่อหุ้มตัวได้มิดชิดเพียงพอ ห้าหุ้มด้านหน้า ด้านหลังหลังจะเปิด หรือดึงมาด้านหลังด้านหน้าก็จะเปิดโป๊ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของสำนวนนี้ ในสำนวนมีการใช้คำว่า หน้าซึ่งในประโยคนั้นจะหมายถึงช่วงต้นเดือน ส่วนคำว่าหลังนั้นคือช่วงปลายเดือน การใช้ชีวิตต้องไม่ประมาทในการใช้เงินเด็ดขาด ต้องรู้จักอดออมใช้เฉพาะในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเท่านั้น และควรที่จะมีเงินออมบ้างไว้ใช้ในยามจำเป็น ถ้ารายจ่าย น้อยกว่ารายได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นหนี...

Tesla Powerwall คืออะไร?

รูปภาพ
Tesla Powerwall คืออะไร? Powerwall และ Powerpack นั้นคือระบบการจัดเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบ ลิเทียมไออ้อนที่ผลิตและออกแบบขึ้นโดยบริษัท เทสลาร์ โดยระบบ Powerwall นั้นจะใช้ในการเก็บกักพลังงานเพื่อใช้ในที่อยู่อาศัยจากแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งหลักการทำงานก็เหมือนกับการใช้งาน พาวเวอร์แบ็งค์นั่นแหละ แต่นี่เป็นระบบที่ใหญ่กว่าเพื่อใช้ไฟฟ้าสำหรับครัวเรือน โดยจะใช้ในการสำรองพลังงาน และการใช้งานแบบ ออฟกริดเพื่อที่จะให้มีกระแสไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ต้องการใช้งานไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องการพึ่งพาพลังงานจากระบบพื้นฐาน ในส่วนของ Powerpack นั้นจะใช้ในการใช้งานเชิงพาณิชที่ต้องการความเสถียรของพลังงาน และใช้ในการเป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับอุตสาหกรรมในกรณีที่ไฟฟ้าขัดข้อง ช่วงที่ต้องการพลังงานสูง หรือหลีกเลี่ยงการใช้งานไฟฟ้าในช่วงพีคที่มีการใช้พลังงานมาก เพื่อลดค่าไฟ Powerwall และ Powerpack นั้นได้รับการเปิดตัวในปี 2015ที่ได้มีการเปิดชุดสาธิตจำนวน 500 ชุดที่ได้ทำการติดตั้ง ที่โรงงานใน เมืองฟรีมอนต์ ก่อนที่จะย้ายไปยังโรงงาน Gigafactory 1 ในเนวาดาหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยสินค้าทั้งสองตัวนั้น ได้ถูกเ...

จุดไต้ตำตอ หมายถึงอะไร ?

รูปภาพ
จุดไต้ตำตอ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า จุดไต้ตำตอ นั้นหมายถึง (สำ) ก. พูดหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งบังเอิญไปโดนเอาเจ้าตัวหรือผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นเข้าโดยผู้พูดหรือผู้ทำไม่รู้ตัว. อ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ สำนวนจุดไต้ตำตอ หมายถึงการพูดกล่าวขวัญ หรือ ทำอะไรสักอย่าง โดยผู้พูด หรือ ผู้ทำไม่รู้จักคนผู้นั้นครั้นพอรู้ความจริง ผู้พูด หรือ ผู้ทำกลายเป็นคน “ ห้าแต้ม” ไปเลย ถ้าเป็นการพูดกล่าวขวัญในทางร้าย หรือ นินทาด่าคนผู้นั้นเข้า ดีไม่ดีก็ต้องเคราะห์ร้ายเปรียบเหมือนจุดไต้ไปตำเข้ากับตอถึงไฟดับ สำนวนนี้เข้าใจว่า มาจากการจุดไต้ให้ไฟสว่างของคนสมัยโบราณ ซึ่งใช้เป็นไฟฉายส่องทาง แล้วเอาไต้ไฟไปชนเข้ากับตอจนไฟดับนั่นเอง เรียกได้ว่าซวยจริงๆ จุด หมายถึง ก. ทำให้ไฟติด เช่น จุดบุหรี่ จุดไฟ. ไต้ หมายถึง น. เชื้อเพลิงสำหรับจุดให้สว่าง ทำด้วยไม้ผุคลุกน้ำมันยางหรือชัน ห่อด้วยเปลือกเสม็ดหรือเตยป่า เป็นต้น ทำเป็นเล่มยาว ๆ ใช้ตอกมัดเป็นเปลาะ ๆ หรือใส่กระบอก, ถ้ามัดตอนปลายด้านหนึ่งเป็นหาง เรียกว่า ไต้หาง, เรียกส่วนเนื้อของไต้ที่แบ่งเอามาใช้เป็นเชื้อไฟ หรือส่วนของไต้ที่จุ...