ชักหน้าไม่ถึงหลัง หมายถึงอะไร ? สำนวน สุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ช่วงนี้”ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หมายถึง  (สำ) ก. มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย. อ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔

สำนวนชักหน้าไม่ถึงหลังนี้ มีความหมายว่าขัดสนมาก มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย หรือมีรายจ่าย มากกว่ารายได้นั่นเอง รายได้ที่ได้รับมา ซึ่งเป็นเงินเดือนนั้นไม่พอใช้จนถึงสิ้นเดือน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในฐานะลำบาก เพราะว่าในช่วงที่เงินหมดนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกินนั่นเอง

ที่มาของสำนวน ชักหน้าไม่ถึงหลังมีที่มาจากการนุ่งผ้า ที่ผ้าที่ใช้นุ่งนั้นสั้นเกินไป ไม่สามารถห่อหุ้มตัวได้มิดชิดเพียงพอ ห้าหุ้มด้านหน้า ด้านหลังหลังจะเปิด หรือดึงมาด้านหลังด้านหน้าก็จะเปิดโป๊ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของสำนวนนี้ ในสำนวนมีการใช้คำว่า หน้าซึ่งในประโยคนั้นจะหมายถึงช่วงต้นเดือน ส่วนคำว่าหลังนั้นคือช่วงปลายเดือน

การใช้ชีวิตต้องไม่ประมาทในการใช้เงินเด็ดขาด ต้องรู้จักอดออมใช้เฉพาะในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเท่านั้น และควรที่จะมีเงินออมบ้างไว้ใช้ในยามจำเป็น ถ้ารายจ่าย น้อยกว่ารายได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร. แต่ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะต้องเป็นหนี้เป็นสินเขา เรียกว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง. ถ้าชักหน้าไม่ถึงหลังทุกเดือนก็คงจะต้องเป็นหนี้เพิ่มและพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ.

     ดังนั้น ถ้าต้องการมีชีวิตที่เป็นสุข ก็ต้องพยายามเพิ่มรายได้ขึ้น ลดรายจ่ายลง และดำรงชีพอยู่อย่างพอเหมาะพอสมแก่ฐานะและรายได้ของตน.

ตัวอย่างการใช้งานสำนวนไทยที่กล่าวว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง ในประโยค

1. ถ้าเธอกำลังเริ่มมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังสิ่งที่เธอต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือ " หยุดซื้ออะไรใหม่ๆ " เพราะมันจะยิ่งพอกพูนปัญหาให้มากกว่าเดิม .
2. บางคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่ใช่ว่ารายรับน้อย แต่เป็นคนใช้เงินเก่ง สร้างภาระ สร้างหนี้ไว้มากเกินไป ทำให้เงินไม่พอใช้ หากรู้จักใช้ขี วิตแบบเรียบง่าย พอเพียง ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องเงิน
3. ถ้ามีรายจ่่ายมากกว่ารายได้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็จำเป็นจะต้องคิดหาทางแก้ไข บางทีก็มีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหลายอย่างที่สามารถตัด ออกไปได้ ซึ่งบางทีก็เป็นรายได้เล็กๆ น้อย แค่เราคาดไม่ถึง เช่น การกินกาแฟวันละแก้วๆ ละ 30 หรือ 900 บาทต่อเดือน.
4. ทุกวันนี้ผู้คนประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังเหมือนกันไปหมด เศรษฐกิจพอเพียง ดูจะเป็นเนื้อคู่กับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีใครให้พึ่งพายามยาก นิยามของหลักความพอเพียงสำหรับมนุษย์เงินเดือนหมายถึงหลักการบริหารจัดการรายรับ-รายจ่างทั่วไป โดยตัวตั้งเป็นเงินเดือน หักค่าใช้จ่ายประจำอย่างค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าอาหาร เสื้อผ้า และค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ อีกส่วนหักเป็นเงินใช้จ่ายสำรองที่ขอย้ำว่าควร “จำเป็น” จริงๆ เพื่อให้มีเงินออมเหลือเก็บในแต่ละเดือน แม้จะมีจำนวนเล็กน้อยแต่เป็นการฝึก “วินัยการออม” ทำให้มีเงินสะสมที่จะเกิดประโยชน์ในวันข้างหน้า.
5. ตอนนี้มีใครอยู่ในสภาวะ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินผ่อนจ่ายรถ บ้าน กำลังจะจ่ายไม่ไหว ค้าขายดูท่าจะไปไม่รอดแล้วบ้าง.
6. เป็นเหมือน เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กับบางคนที่เงินชักหน้าไม่ถึงหลัง ครั้นจะดิ้นรนหาทางออก หาอาชีพเสริมประเภทรับมาทำที่บ้าน บางทีก็กลายเป็นโดนหลอก.
7. ปรับเพิ่มค่าครองชีพค่าราชการจุดชนวนชักหน้าไม่ถึงหลัง. ในขณะที่การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นวันละ 300 บาท ของรัฐบาล ได้แปลงร่างเป็นรายได้ขั้นต่ำ.
8. 5 ราศีช่วงนี้การเงินติดขัด ชักหน้าไม่ถึงหลัง แนะวิธีแก้ดวง. ราศีเมษ. ช่วงนี้การเงินติดขัด ชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินเข้ามาก็ไหลออกเหมือนน้ำผ่านมือ ใครที่สัญญาอะไรกับเราชอบเลื่อน.
9. หลายๆ คนคงเคยเจอปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำงานแทบตาย แต่ก็ยังไม่พอใช้อยู่ดี จนต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาเป็นวัฏจักรแบบนี้อยู่ตลอดเวลา.
10. รองหัวหน้า ปชป.มอง 4 ปี คสช.คนชักหน้าไม่ถึงหลัง แนะจับตาศาลรัฐธรรมนูญชี้กฎหมายลูก 2 ฉบับ และคสช.จะหารือการเมืองตามนัด เป็นปัจจัยชี้มีเลือกตั้งหรือไม่.
11. คนที่ใช้หนี้เป็น เขาจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าถ้าเราจะเป็นหนี้เพิ่ม จะต้องเป็นกรณีที่เป็นหนี้เพื่อสร้างรายได้มากขึ้น ไม่ใช่เป็นหนี้เพราะว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง