ตักน้ำรดหัวตอ หมายถึงอะไร ? สำนวนสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า ตักน้ำรดหัวตอ นั้นหมายถึง  (สำ) ก. แนะนำพรํ่าสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล. อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔

สำนวน ตักน้ำรดหัวตอนั้นใช้ในการอธิบายถึงคนที่มีนิสัยดื้อรั้นไม่พังคำสั่งสอนของผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์มากกว่าเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่สนใจในเหตุผลใด ๆ มักใช้อารมณ์เป็นตัวคอยตัดสินเรื่องราวต่างๆในชีวิต มากกว่าเหตุผลคนประเภทนี้ มักที่จะตัดสินใจผิดพลาดหลายครั้งเป็นประจำ โดยพวกเขานั้นไม่ได้สนใจฟังเสียงตักเตือนหรือพร่ำสอนของใครเลย แตกต่างกันกับคนเก่งที่ถึงแม้ว่าจะคิดนอกกรอบ แต่พวกเขาคิด และทำภายใต้เหตุและผลในการรองรับ ไม่ได้ใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นที่ตั้งในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ

ที่มาของสำนวนตักน้ำรดหัวตอนั้น มาจากการที่เราพยายามที่จะทำอะไรก็ไม่เกิดผล โดยเปรียบเทียบการรดน้ำลงไปบนหัวตอ คือตอไม้ที่ตายแล้ว ไม่ว่าจะรดน้ำอย่างไร ก็ไม่มีอะไรงอกเงยขึ้นมา เป็นการกระทำที่สูญเปล่าในการที่จะทำ เสียทั้งแรงและเวลา โดยไม่ได้ผลดีอะไร ดังนั้นจึงมักใช้สำนวน ตักน้ำรดหัวตอในการอธิบายถึงคนที่ไม่ยอมรับฟังคนอื่นถึงแม้จะแนะนำพรํ่าสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล นั่นเอง

  • ตัก หมายถึง ก. เอาภาชนะช้อนสิ่งของขึ้นจากที่เดิม เช่น ตักนํ้า ตักแกง ตักดิน.
  • น้ำ หมายถึง น. สารประกอบซึ่งมีองค์ประกอบเป็นธาตุไฮโดรเจนและออกซิเจนในอัตราส่วน ๑ : ๘ โดยนํ้าหนัก เมื่อบริสุทธิ์มีลักษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี กลิ่น รส มีประโยชน์มาก เช่นใช้ดื่ม ชำระล้างสิ่งสกปรก, โบราณถือว่าเป็น ธาตุ ๑ ในธาตุ ๔ คือ ดิน นํ้า ไฟ ลม, ใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะเป็นนํ้าหรือเหลวเหมือนนํ้า เช่น นํ้าตา นํ้าปลา นํ้าส้ม
  • รด หมายถึง ก. เท ราด สาด ฉีด หรือโปรยน้ำหรือของเหลวไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เปียกหรือให้เปียกชุ่ม เช่น รดน้ำต้นไม้ เอาน้ำรดตัว
  • หัวตอ หมายถึง น. โคนของต้นไม้ที่ลำต้นถูกตัดหรือหักลงแล้ว, สิ่งบางอย่างเช่นเสาหรือหลักที่ปักไว้หรือที่ยังเหลืออยู่แต่โคนเมื่อบางส่วนถูกตัด หัก หรือกร่อนไป.


ตัวอย่างการใช้งานสำนวน ตักน้ำรดหัวตอในประโยคที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน

1. คนพวกนี้มั่นใจในตัวเองสูง รั้น ไม่ฟังใคร พูดไปก็เหมือนตักน้ำรดหัวตอ ไม่พูดดีกว่า
2. คุณอย่าไปตักน้ำรดหัวตอเลย เพราะพูดไปเขาก็ไม่ฟัง เสียเวลาเปล่า ต้องปล่อยให้เขาเห็นผลเสียที่จะตามมาซะบ้าง
3. ประยุทธเป็นคนรับรู้อะไรยาก สอนยากสอนเย็น สอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักจำ อาจจะเพราะหัวไม่ดีหรือเพราะความดื้อรั้นไม่ยอมรับรู้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำไปรดตอไม้ที่ตายแล้ว ย่อมไม่มีทางงอกงามแตกกิ่งก้านใหม่ได้ เสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง
4. เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนก็ยากจะสอนให้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ตักน้ำรดหัวตอ สอนไปก็แค่นั้นไม่มีประโยชน์
5. บางครั้งเราก็ทำตัวเป็น ตักน้ำรดหัวตอ ไม่รับไม่รู้ ไม่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จริงๆ แล้วสมองของเราอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ใจไม่ เปิดรับ เมื่อใจไม่เปิดรับ ก็จะไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้
6.
7. คนอย่างประวิตรสอนไม่ได้ เหมือน ตักน้ำรดหัวตอ ตอไม้ที่ตายแล้ว รดอย่างไร ก็ไม่มีทางแตกใบ แตกยอด เหมือนคนแก่สองเสื่อมแล้ว สอนอะไร ก็ไม่รับรู้
8. เสียดายวัน เวลา ที่พร่ำสอน ปัญญาอ่อน เสียจัง ช่างน่าขำ สอนเท่าไร ก็ไม่ รู้จักจำ เปรียบเหมือนกับ ตักน้ำ รดหัวตอ
9. จรูญ" ชำแหละวัฒนธรรมความคิดราชการไทย เปรียบ "ตักน้ำรดหัวตอ ไม่มีวันแตกกิ่ง" ชี้รัฐบาลทุกยุค"เอื้อปย.ทุนมากกว่าสันติสุขปชช.