-->

ใช้ 5G ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วจริงหรือไม่

การใช้งาน 5g ทำให้แบตเตอรี่ของคุณอาจหมดเร็วขึ้นหรือไม่ : ในปัจจุบันนี้เริ่มมีการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้สัญญาณ 5G กันเพิ่มมากยิ่งขึ้นเนื่องจากว่าความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลและประสิทธิภาพในการใช้งานรวมถึงอัตราการดีเลย์หรือความหน่วงที่น้อยกว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบอื่นซึ่งจะทำให้เครือข่าย 5G นั้นสามารถที่จะช่วยให้คุณใช้งานโทรศัพท์มือถือในการทำสิ่งต่างๆได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น





Image by akitada31 from Pixabay

แต่ในการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นในปัจจุบันนี้ได้มีรายงานว่าเมื่อเราเปิดการใช้งานในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G นั้นจะทำให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ต่างๆนั้นหมดอย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกันกับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G หรือเมื่อปิดการเชื่อมต่อ 5G นั้นจะทำให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์นั้นหมดช้าลงดังนั้นจึงคาดว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดจากการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G นั่นเอง


ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดจากในปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าจะมีเครือข่าย 5G ไว้ให้บริการแต่ยังไม่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมเพียงพอต่อการใช้งานเหมือนกับเครือข่าย 4G ซึ่งจะทำให้ในการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นตัวอุปกรณ์จะใช้แบตเตอรี่และพลังงานไปใช้ในการเชื่อมต่อหรือเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้เครือข่าย 5G กับเสาสัญญาณมากกว่าจึงทำให้การใช้งานแบตเตอรี่นั้นมีอัตราที่มากกว่าการเชื่อมต่อด้วยคลื่นสัญญาณแบบ 3G หรือ 4G ที่มีความครอบคลุมมากยิ่งกว่านั่นเอง


และนอกจากนั้นแล้วการใช้งานและการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G นั้นมีการเชื่อมต่อที่มีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้มีอัตราการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นมากด้วยจึงทำให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นอาจจะหมดเร็วกว่าอุปกรณ์อื่นๆด้วยเปรียบเทียบได้กับการที่รถยนต์วิ่งที่ความเร็วสูงก็จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันที่มากกว่ารถที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำนั่นเอง


ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นทางเว็บไซต์ผู้ผลิตมือถือสมาร์ทโฟนอย่าง Samsung ก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วเมื่อใช้งานเครือข่าย 5G ซึ่งคุณสามารถที่จะเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่บทความนี้ที่เว็บไซต์ของบริษัทซัมซุงเอง Samsung phone battery drains quickly on 5G service  ซึ่งปัญหาหลักๆที่ทาง Samsung ได้ทำการชี้แจงนั้นก็คือความครอบคลุมของเครือข่าย 5G นั้นยังไม่มีความครอบคลุมที่เพียงพอซึ่งจะทำให้ตัวเครื่องนั้นค้นหาคลื่นสัญญาณ 5G และมีการเชื่อมต่อเครือข่ายหลายระบบเครือข่ายพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายแบบ 3G 4G ในการใช้งานรายการโทรรับส่งข้อความ และมีการใช้งานแบตเตอรี่จำนวนมากในการทำกิจกรรมดังกล่าวซึ่งจะทำให้รู้สึกได้ว่าการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นแบตเตอรี่จะหมดเร็วกว่าปกตินั่นเอง



โดยวิธีการแก้ไขนั้นทางเว็บไซต์ของ Samsung ได้ทำการแนะนำให้คุณทำการตั้งค่า Optimize battery usage ก็จะช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในระดับหนึ่งแต่การแก้ปัญหาหลักๆที่ต้นเหตุนั่นก็คือการที่จะต้องรอให้เครือข่าย 5G นั้นสามารถที่จะใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้นก็จะช่วยให้การทำงานในการค้นหาเครือข่ายของตัวอุปกรณ์นั้นมีการใช้งานแบตเตอรี่ที่น้อยลงจนเป็นปกติหรือจะสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้จริงนั่นเอง


ซึ่งปัญหานี้ผู้ใช้งานจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็รายงานเป็นเสียงเดียวกันว่าการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่หรือแบตเตอรี่นั้นหมดเร็วขึ้นจริงซึ่งปัญหาน่าจะเกิดจากสาเหตุเดียวกันนั่นก็คือปัญหาของการครอบคลุมการใช้งานของเครือข่าย 5G ที่ค่อนข้างจะมีปัญหาไม่ครอบคลุมเพียงพอที่จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นสามารถที่จะทำการเชื่อมต่อโดยใช้พลังงานในการเชื่อมต่อที่น้อยลง


และคาดว่าในอนาคตนั้นทางผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนต่างๆอาจจะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการเพิ่มฟีเจอร์บางอย่างที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G นั้นมีการใช้งานแบตเตอรี่ที่ต่ำลงซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะใช้งานโทรศัพท์มือถือได้นานขึ้นหรือจะมีการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะช่วยให้ตัวแบตเตอรี่นั้นมีพลังงานเพียงพอที่จะใช้งานซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะใช้งานโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Sources : https://www.thequint.com/tech-and-auto/will-5g-technology-affect-your-phone-battery-life#read-more