Ad

Sony ZV-1 กล้องคอมแพค สำหรับถ่ายวีดีโอ

Sony ZV-1 กล้องคอมแพค สำหรับถ่ายวีดีโอ เหมาะสำหรับ Vlogger ที่ต้องการนำไปใช้งานในการสร้างสรรค์วิดีโอสำหรับ Social Media และในงานถ่ายทำวีดีโอ สำหรับใช้ในการถ่ายวีดีโอตัวเองเป็นหลักซึ่งเป็นกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคที่ครบครันไปด้วยฟังก์ชันในการใช้งานต่างๆ



โดยเจ้า ZV-1 มีพื้นฐานการพัฒนามาจากกล้องที่ประสบความสำเร็จสูงอย่าง Sony RX100 ที่ได้รับความนิยมมากในปีที่ผ่านมา แต่ตัวกล้องนั้นก็ยังมีบางอย่างที่ยังขาดไปดังนั้น จึงได้มีการสร้าง ZV-1 มาทดแทนในส่วนที่ขาดไป



กล้องตัวนี้มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วความละเอียด 20 Mega Pixel และเลนส์ขนาด 24-70 mm ค่า f 1.8 ถึง 2.8 โดยตัวเลนส์ได้ถูกยกมาจาก Sony RX100 ทั้งหมดนั่นจะทำให้คุณภาพของภาพที่ได้นั้นยอดเยี่ยมเหมือนกันกับกล้องรุ่น RX100 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  Vlogger ที่ต้องการเลนส์มุมกว้างที่ใช้ในการถ่ายตัวเอง เป็นหลัก และเหมาะมากสำหรับการใช้งานในการถ่ายเซลฟี่อีกด้วย


โดยกล้องรุ่นนี้ได้ทำการตัดเอาช่องวิวไฟน์เดอร์หรือช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ออกไปแต่มีการใส่หน้าจอแบบ Touch Screen ที่มีความคมชัดมากกว่าเข้ามาแทน และนอกจากนั้นยังได้มีการใส่ไมโครโฟนประสิทธิภาพสูงเข้ามาภายในกล้องถึง 3 ตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการบันทึกเสียงไม่ได้คมชัดมากที่สุดโดยมีการติดตั้งไว้  ในด้านบนของกล้องที่สามารถจะติดตั้ง ขนปุย หรืออุปกรณ์ในการกันลม ตรงhot shoe เพื่อลดเสียงลมแทรกเข้าไมโครโฟนได้อีกด้วย



หลักการออกแบบปุ่มกดที่มีขนาดใหญ่ใช้ในการบันทึกวีดีโอนั้นอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานด้วยมือซ้ายเปิดกล้องเพื่อใช้ในการและปุ่มที่ใช้ในการซูมนั้นก็ยังสามารถที่จะควบคุมได้โดยการใช้นิ้วโป้งอีกด้วย สำหรับโหมดใหม่ที่ได้เพิ่มเข้ามาได้แก่โหมด “background defocus mode” ด้วยการใช้ดูรับแสงขนาดกว้างขึ้นจะทำให้ภาพนั้นดูมีมิติและมีความชัดลึกของภาพสวยงามมากกว่าการใช้ AI ที่มีการใช้งานบนกล้องของสมาร์ทโฟน และพวกมันนั้นก็ยังฉลาดพอที่จะโฟกัสบนสินค้ารู้สิ่งที่ผู้ถ่ายกำลังถืออยู่ ได้อีกด้วย



ในส่วนของฟีเจอร์อื่นของกล้อง Sony ZV-1  นั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ใช้งานของคนทำ Content วีดีโอแบบ Vlog อย่างแท้จริง โดย Future ที่สำคัญสำคัญไอ้แก่

1.ระบบ AI ที่เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องการโฟกัสซึ่งจะทำให้กล้องนั้นสามารถโฟกัสได้รวดเร็วด้วยการจับที่ดวงตาและยังสามารถแตะเพื่อยกเลิกตำแหน่งไม่ต้องการจะโฟกัสได้
2. ระบบ Autoโฟกัสทำงานได้อย่างรวดเร็วมากถึงแม้ว่าจะมีการ  แผนไปมาอย่างรวดเร็ว
3. นักรีวิวที่ต้องการกล้องที่สามารถจับวัตถุที่เราถือมาโชว์ร้านนวดแถวนั้นเจ้ากล้อง Sony Z V1 สามารถตอบโจทย์ของคุณได้อย่างแน่นอนโดยพวกมันนั้นจะทำการสลับมาโฟกัสที่วัตถุที่เราถือให้ได้อย่างรวดเร็วและให้ภาพที่คมชัดมากด้วย
4. กล้องมาพร้อมกับไมโครโฟนติดตั้งภายในถึง 3 ตัวทำให้คุณสามารถบันทึกเสียงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นและสามารถที่จะติดตั้งวินสกรีนตรงบริเวณ Hot shoe  ของกล้องได้ โดยทาง Sony ได้แถมขนปุยมาให้ภายในกล่องด้วย
5.รองรับการถ่ายทามแลป Time Laps โดยสามารถตั้งค่าเวลาได้ตั้งแต่ 1  วินาทีจนถึง 60วินาทีต่อช็อต
6.กล้องสามารถที่จะถ่ายวีดีโอแบบภาพช้าหรือ  Super slow motion ได้ที่ความถี่ถึง 1,000 เฟรมต่อวินาที
7 .ตัวกล้องมาพร้อมกับระบบกันสั่นทั้งแบบ Optical Image stabilization หรือ OIS และ Electronic Image stabilization  หรือ EIS  ซึ่งจะทำให้คุณได้ภาพคมชัดที่ไม่สั่น
8.หลักการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 4K  HDR ได้อีกด้วย.
9.สามารถต่อไมโครโฟนจากภายนอกได้ด้วยช่องมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร
10.มาพร้อมกับชิปประมวลภาพ BIONZ X image processor with front-end LSI
11.บันทึกวีดีโอได้อย่างไม่จำกัดโดยขึ้นอยู่กับความจุของหน่วยความจำที่ใช้ด้วย

สำหรับพอร์ทและการเชื่อมต่อของกล้อง Sony ZV-1 นั้น การเชื่อมต่อนั้นจะมีความคล้ายคลึงกันกับกล้อง Sony RX100 ซึ่งจะมีความสามารถในการต่อเข้ากับ port Micro HDMI แบบท้ายดีที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยความละเอียดขนาด  4K และรองรับมัลติ Terminal Micro USB 2.0 ที่สามารถรองรับการใช้งานรีโมทแบบมีสายและยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อไมโครโฟนด้วยขนาด 3.5 มิลลิเมตรอีกด้วย




สำหรับตัวอย่างวีดีโอ ที่ได้จากการทำงานของกล้อง Sony ZV-1 นั้น คุณสามารถที่จะดูได้ตามคลิปด้านล่างได้เลย



ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นกล้อง Sony ZV-1 มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ NP-BX1ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนและเป็นรุ่นเดียวกันกับแบตเตอรี่ที่ใช้ในกล้อง Sony RX100 Series  โดยการชาร์จ 1 ครั้งนั้นจะสามารถใช้ในการถ่ายภาพได้อยู่ที่ประมาณ 260 ภาพและในส่วนของการบันทึกวีดีโอนั้นกล้องจะสามารถทำการบันทึกวีดีโอได้ที่ 75 นาทีต่อเนื่องต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง


ในส่วนของราคาของกล้อง Sony ZV-1 ได้เปิดตัวในราคา $799.99 หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณประมาณ 25,000 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 11 มิถุนายน 2020





โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น