เตาอั้งโล่ลดราคา คืออะไร ?
เตาอั้งโล่ลดราคา คืออะไร ? คำพูดที่กล่าวว่า ได้ข่าวว่า ช่วงนี้เตาอั้งโล่กำลังลดราคานั้น หมายถึง ในยุคปัจจุบันนี้ที่มีการฆ่าตัวตายด้วยการจุดเตาอั้งโล่เพื่อรมควันฆ่าตัวตายในรถด้วยวิธีแปลก ๆการจุดเตาอั้งโล่ในรถยนต์ เพื่อให้เกิดก๊าซ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ที่เป็นพิษสูง การได้รับก๊าซดังกล่าวเพียงแค่ 1 ชั่วโมงก็อาจจะทำให้ตายได้ และทำให้ทรมานไม่แพ้วิธีอื่นๆเลย
คาร์บอนมอนอกไซด์ นั้นสามารถที่จะทำการจับกับ โครงสร้างของฮีโมโกลบินได้ดีมากกว่า ออกซิเจนถึง 200 เท่า ซึ่ง ฮีโมโกลบิน คือส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนโลหิตซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญจะอยู่ในเม็ดเลือดแดงและช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อเราได้รับอากาศที่มีปริมาณ
คาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณสูง ก๊าซดังกล่าวก็จะทำการเข้าไปจับกับ ฮีโมโกลบินแทนออกซิเจนจนทำให้ ทำให้ฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดงสูญเสียความสามารถในการจับกับออกซิเจน และลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ที่ต้องการได้ เป็นผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เป็นสาเหตุให้การทำงานของสมองและระบบต่างๆ ของร่างกายเสียหายได้
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มีสูตรทางเคมี "CO" เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่มีความเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อระบบลำเลียงเลือด โมเลกุลประกอบไปด้วยคาร์บอนหนึ่งอะตอมและออกซิเจนหนึ่อะตอมเชื่อมกันด้วยพันธะโควาเลนต์ อาจจัดได้ว่าเป็นสารประกอบแอนไฮไดรด์อย่างหนึ่งของกรดฟอร์มิก
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารประกอบคาร์บอน โดยเฉพาะเครื่องยนต์สันดาปภายใน คาร์บอนมอนออกไซด์จะเกิดได้มากเมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอในการสันดาป คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เผาไหม้ในอากาศจะเกิดเปลวเพลิงสีน้ำเงินและให้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แม้ว่าจะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงคาร์บอนมอนออกไซด์ก็มีประโยชน์ในโลกปัจจุบันอย่างมากเพราะเป็นสารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างอื่นนานาชนิด เช่น จากรถ บุหรี่ เป็นต้น
การฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้เริ่มพบมากขึ้นในช่วงหลังๆนี้ในช่วงปี 2550 เป็นต้นมา โดยส่วนมากนิยมใช้ในคนที่มีรถยนต์เป็นทรัพย์สิน และต้องการคิดที่จะฆ่าตัวตาย โดยคิดว่าไม่ทรมานมาก แต่ความจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวนั้นทรมานไม่น้อยกว่าวิธีอื่น ๆเลย "การรับควันพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ อย่ามองว่าเป็นวิธีที่ง่าย เพราะเป็นการตายอย่างทรมานที่สุด" บางคนหากไม่เสียชีวิตทันที ก็จะกลายเป็นคนพิการ เพราะสมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงจากการสำลักควัน ดังนั้นถ้ามีปัญหาชีวิตจนไม่สามารถหาทางออกได้ แนะนำให้ไปปรึกษา จิตแพทย์ หรือ สายด่วนสุขภาพจิต 1323
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบมีการฆ่าตัวตาย ที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อมวลชนหลายสำนักมากกว่า 10 กรณี ดังนี้
คาร์บอนมอนอกไซด์ นั้นสามารถที่จะทำการจับกับ โครงสร้างของฮีโมโกลบินได้ดีมากกว่า ออกซิเจนถึง 200 เท่า ซึ่ง ฮีโมโกลบิน คือส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนโลหิตซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญจะอยู่ในเม็ดเลือดแดงและช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อเราได้รับอากาศที่มีปริมาณ
คาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณสูง ก๊าซดังกล่าวก็จะทำการเข้าไปจับกับ ฮีโมโกลบินแทนออกซิเจนจนทำให้ ทำให้ฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดงสูญเสียความสามารถในการจับกับออกซิเจน และลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ที่ต้องการได้ เป็นผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เป็นสาเหตุให้การทำงานของสมองและระบบต่างๆ ของร่างกายเสียหายได้
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มีสูตรทางเคมี "CO" เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่มีความเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อระบบลำเลียงเลือด โมเลกุลประกอบไปด้วยคาร์บอนหนึ่งอะตอมและออกซิเจนหนึ่อะตอมเชื่อมกันด้วยพันธะโควาเลนต์ อาจจัดได้ว่าเป็นสารประกอบแอนไฮไดรด์อย่างหนึ่งของกรดฟอร์มิก
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารประกอบคาร์บอน โดยเฉพาะเครื่องยนต์สันดาปภายใน คาร์บอนมอนออกไซด์จะเกิดได้มากเมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอในการสันดาป คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เผาไหม้ในอากาศจะเกิดเปลวเพลิงสีน้ำเงินและให้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แม้ว่าจะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงคาร์บอนมอนออกไซด์ก็มีประโยชน์ในโลกปัจจุบันอย่างมากเพราะเป็นสารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างอื่นนานาชนิด เช่น จากรถ บุหรี่ เป็นต้น
การฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้เริ่มพบมากขึ้นในช่วงหลังๆนี้ในช่วงปี 2550 เป็นต้นมา โดยส่วนมากนิยมใช้ในคนที่มีรถยนต์เป็นทรัพย์สิน และต้องการคิดที่จะฆ่าตัวตาย โดยคิดว่าไม่ทรมานมาก แต่ความจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวนั้นทรมานไม่น้อยกว่าวิธีอื่น ๆเลย "การรับควันพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ อย่ามองว่าเป็นวิธีที่ง่าย เพราะเป็นการตายอย่างทรมานที่สุด" บางคนหากไม่เสียชีวิตทันที ก็จะกลายเป็นคนพิการ เพราะสมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงจากการสำลักควัน ดังนั้นถ้ามีปัญหาชีวิตจนไม่สามารถหาทางออกได้ แนะนำให้ไปปรึกษา จิตแพทย์ หรือ สายด่วนสุขภาพจิต 1323
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบมีการฆ่าตัวตาย ที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อมวลชนหลายสำนักมากกว่า 10 กรณี ดังนี้
- 3 ก.พ.ที่ จ.สมุทรปราการ พบศพ ชาย อายุ 48 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะ
- 19 ก.พ.ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพหญิงสาวอายุ 31 ปี เสียชีวิตภายในรถยนต์
- 13 มี.ค.ที่ จ.สมุทรปราการ พบศพชาย อายุ 24 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในหอพัก
- 2 เม.ย. ที่ กรุงเทพฯ พบศพหญิง อายุ 50 ปี นอนเสียชีวิตบนที่นอน คาดเครียดปัญหาสุขภาพ
- 29 เม.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ พบศพชายอายุ 27 ปี นอนเสียชีวิตบริเวณเบาะที่นั่งคนขับ
- 4 พ.ค.ที่ จ.สมุทรปราการ รมควันฆ่าตัวตายภายในห้องเช่า
- 10 มิ.ย. ที่ จ.ลำพูน พบศพ หญิงสาว อายุ 31 ปี เป็นโรคซึมเศร้า
- 19 มิ.ย. ที่กรุงเทพมหานคร พบศพชาย อายุ 63 ปี อดีตพนักงานธนาคาร เสียชีวิตภายในรถกระบะ 4 ประตู
- 25 มิ.ย. พบศพบัณฑิตจบใหม่ อายุ 24 ปี ที่ จ.สมุทรปราการ
- 10 ก.ค. พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อายุ 48 ปี
- 19 ก.ค. ที่กรุงเทพฯ พบศพชาย อายุ ผู้จัดการโชว์รูมรถหรู นอนเสียชัวิตอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ
- 21 ก.ค. จ.เชียงใหม่ ครูสาว อายุ 36 ปี รมควันฆ่าตัวตายในห้องพัก
- 8 ส.ค. พบศพสาวปริญญาโท อายุ 30 ปี รมควันฆ่าตัวตายในรถปิกอัพ ใน จ.ปทุมธานี
- 10 ส.ค. พบศพ แม่-ลูก นอนเสียชีวิตในรถแท็กซี่ พื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมทาธานี
- 13 ส.ค.พ่อแม่ลูก 3 ชีวิต นอนเสียชีวิตในรถยนต์
ความคิดเห็น