Ad

Google Nest Audio คืออะไร?

 Google Nest Audio คืออะไร?  Google Nest Audio เป็นอุปกรณ์ Smart Speaker ตัวใหม่ล่าสุดจาก Google ที่จะใช้ในการเข้าถึงบริการ Google Assistant ซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะของทาง Google ที่สามารถจะช่วยให้คุณเข้าถึง บริการต่างๆทางด้านเสียงไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพลงจากผู้ให้บริการ Streaming เพลง และควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ต่างๆด้วยคำสั่งเสียงและฟีเจอร์ในการใช้งานอื่นๆที่มากมาย



ซึ่ง Google  Nest  Audio เป็นอุปกรณ์ที่มี การใช้งานเหมือน Google Nest mini และอุปกรณ์ลำโพงอัจฉริยะอื่นๆที่ได้มีการเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ และNest  Audio  นั้นจะมาพร้อมกับการอัพเกรดระบบเสียงที่มีประสิทธิภาพของเสียงที่ได้นั้นดีกว่ารุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่าได้มีการใส่ลำโพงซับวูฟเฟอร์ขนาด 75 mm เข้ามาในตัวของอุปกรณ์และมีลำโพงขนาดเล็กซึ่งเป็นลำโพงแบบ Twitter ที่มีขนาด 19 มิลลิเมตรซึ่งจะให้เสียงแหลมเพิ่มเข้ามา ภายในตัวลำโพงเพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและคุณภาพของเสียงที่ได้ให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของเสียงที่อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับลำโพงรุ่นอื่นๆจากยี่ห้ออื่นๆ 



โดยในส่วนการออกแบบของเจ้าตัว Google Nest Audio นั้นมาพร้อมกับรูปร่างที่เหมือนกันกับขนมปังในแนวตั้งและมาพร้อมกับขนาดสูง 7 นิ้วและด้านหน้าถูกหุ้มไว้ด้วยผ้าบางๆเหมือนกับ Google Nest mini และ Google home Mini ที่ผ่านมาโดยบนตัวเครื่องนั้นจะมีปุ่มควบคุมในการปิดเสียงและมีพอร์ตเชื่อมต่อสำหรับเชื่อมต่อพลังงานรวมถึงจะมีไฟแสดงสถานะในการทำงานแบบ LED ที่อยู่ใต้ผ้าที่ใช้ในการคลุมตัวลำโพงด้านหน้าด้วยและเช่นเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้านี้ตัวลำโพง Nest Audio นั้นจะมาพร้อมกับตัว Invincible Touch คอนโทรล ซึ่งใช้ในการควบคุมระดับเสียงของตัวลำโพงเมื่อคุณเอามือไปวางใกล้หรือสัมผัสบริเวณนั้น ซึ่งเป็นปุ่มในการควบคุมเสียงหรือระดับเสียงของ Google Nest Audio  ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วคุณจะสามารถที่จะใช้คำสั่งเสียงในการเพิ่มหรือลดคำสั่งเสียงได้ก็ตามแต่การมีปุ่มแบบ physical Control นั้นจะช่วยกันหน่วยความสะดวกในกรณีที่คุณไม่ต้องการจะพูดหรือพูดไม่ได้หรือต้องการความรวดเร็วในการควบคุมระดับเสียง



สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพของเสียงนั้นทาง Google เองได้ออกมากล่าวว่าตัว Google  Nest Audio นั้นจะมีเสียงที่ทุ่มกว่ารุ่นที่ผ่านๆมาและมีเสียงที่ดังกว่าถึง 75 เปอร์เซ็นต์รวมถึงมีเสียงเบสที่มากขึ้นกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกันกับอุปกรณ์ Google home รุ่นที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้จึงทำให้เจ้าตัว Google Nest Audio นั้นเป็นอุปกรณ์ที่น่าจะเหมาะสมสำหรับใช้ในการฟังเพลงมากยิ่งขึ้นกว่าอุปกรณ์รุ่นเก่าๆที่มีคุณภาพของเสียงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับลำโพงยี่ห้ออื่นๆ


เรามาดูกันในส่วนของสเปคของเจ้าตัว Google Nest Audio ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง


วัสดุภายนอก : ตัววัสดุภายนอกนั้นถูกหุ้มไว้ด้วยผ้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลซึ่งเป็นพลาสติกรีไซเคิล 70 เปอร์เซ็นต์และมีหลอด LED 4 หลอดที่อยู่ใต้ผ้ากลุ่ม


มิติและน้ำหนัก :  Google Nest  Audio  นั้นมีขนาด 6.89 x 4.88 x 3.0 7 นิ้วและน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม


อุปกรณ์เกี่ยวกับเสียง : ลำโพงซับวูฟเฟอร์ขนาด 75 mm 1 ตัวลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 19 มิลลิเมตร 1 ตัวและไมโครโฟนที่ใช้ในการรับเสียงรอบข้าง 3 ตัว


รองรับการใช้งาน Google Assistant เวอร์ชั่นล่าสุด


ในส่วนของการควบคุมนั้นสามารถที่จะทำการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ได้จากการใช้การสัมผัสบนตัวอุปกรณ์ซึ่งเป็นปุ่มการควบคุมแบบ ล่องหนโดยในการสั่งให้ตัวเครื่องนั้นทำการเล่นหรือหยุดพักจะทำได้โดยการกดที่ด้านบนของตัวลำโพงการเพิ่มระดับเสียงนั้นจะทำได้โดยการสัมผัสเบาๆที่ด้านข้างขวาของตัวลำโพงและการลดระดับเสียงนั้นจะสามารถทำการควบคุมได้โดยการสัมผัสเบาๆที่ด้านซ้ายของตัวเรา 


ระบบการชาร์จ : มาพร้อมกับเครื่องชาร์จขนาด 30 วัตต์


การเชื่อมต่อ :  Google Nest Audio นั้นมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย WiFi ที่ใช้คลื่นสัญญาณความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์และ 5 กิ๊กกะเฮิร์ทแบบ 802.11 AC หรือ WiFi 5 ธรรมดาและรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Bluetooth Version 5.0 ซึ่งจะทำให้คุณใช้เป็นลำโพงบลูทูธได้ด้วยนั่นเอง 


สำหรับราคาเปิดตัวนั้น Google Nest Audio นั้นจะเปิดตัวที่ราคา $99 US Dollar หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,000 กว่าบาททั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับอาการแลกเปลี่ยนและค่าเงินขนาดนั้นโดยคุณสามารถที่จะทำการพรีออเดอร์ลำโพงรุ่นนี้ได้แล้วที่โซนอเมริกาเป็นอันดับแรกและคาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีการวางขายทั่วโลกและราคาก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ $99 US Dollar เท่ากัน สำหรับในประเทศไทยแล้วตัวอุปกรณ์ Google Nest Audio นี้ก็จะสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกันโดยจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลงและใช้บริการ spotify หรือ YouTube Music . 

และสุดท้าย สำหรับสีที่มีวางจำหน่ายนั้นได้แก่ Chalk, Charcoal, Sage, Sand, และ Sky colors.



โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น