-->

มือถือ 5G ทําอะไรได้บ้าง

 มือถือ 5G นั้นในปัจจุบันนี้เริ่มมีมาขายมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อกันมากขึ้นซึ่งมือถือในกลุ่มนี้นั้นจะเป็นมือถือที่รองรับการใช้งานเครือข่ายสัญญาณแบบ 5G ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเครือข่ายแห่งอนาคตที่มีข้อดีหลักๆนั่นก็คือความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น ความหน่วงที่ต่ำลงและมีความเสถียรในการส่งข้อมูลที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นซึ่งความเร็วในการส่งข้อมูลหลักๆของเครือข่าย 5G นั้นจะมีความเร็วมากกว่าเครือข่ายแบบ 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วเครือข่าย 4G นั้นจะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 1 GB ต่อวินาทีในขณะที่เครือข่าย 5G นั้นในทางทฤษฎีจะสามารถที่จะทำการรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 20 GB ต่อวินาทีนั่นจึงเป็นความเร็วที่มากกว่าเครือข่ายแบบ 4G ถึง 20 เท่านั้นเอง



Image by ADMC from Pixabay

โดยมือถือ 5G นั้นจะรองรับการใช้งานและมีลักษณะการใช้งานเหมือนกันกับการใช้งานมือถือ 3G 4G แทบทุกอย่างแต่จะมีการใช้งานในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมสามารถที่จะส่งข้อมูลจำนวนมากได้ในระยะเวลาอันสั้นมากกว่าเดิมและมีความหน่วงต่ำซึ่งจะเหมาะสำหรับใช้ในการคุยแบบ Video Call มากยิ่งขึ้นซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในการ Video Call นั้นจะมีบางช่วงที่มีการดีเลย์ที่อาจจะรู้สึกได้ถึงความหน่วงของการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย 4G แต่ถ้าเป็นเครือข่าย 5G แล้วปัญหาดังกล่าวนั้นจะลดลงมากกว่านั่นเอง


และที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือเครือข่าย 5G นั้นสามารถที่จะรองรับอุปกรณ์ได้หนาแน่นมากยิ่งขึ้นโดย ในกรณีที่ในพื้นที่นั้นมีผู้คนหนาแน่นอย่างเช่นในการรับชมกีฬาในสนามซึ่งจะมีจำนวนอุปกรณ์ต่อพื้นที่นั้นค่อนข้างหนาแน่นจึงอาจจะทำให้การสื่อสารในบริเวณนั้นอาจจะติดขัดเนื่องจากว่าเครือข่ายแบต 4G เดิมนั้นสามารถที่จะรองรับจำนวนอุปกรณ์ได้น้อยกว่านั้นเองแต่ปัญหานั้นจะถูกแก้ไขได้โดยการใช้เครือข่าย 5G ซึ่งเครือข่าย 5G นั้นสามารถที่จะรองรับอุปกรณ์จำนวนมากได้ดีกว่าและไม่มีปัญหาในการใช้งานหรือแยกกันใช้งานระบบเครือข่ายซึ่งจะทำให้คุณสามารถที่จะใช้งานได้อย่างสะดวกสบายนั่นเอง


ซึ่งจุดเด่นหลักๆของเครือข่าย 5G นั่นก็คือความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่จะทำให้คุณสามารถที่จะทำการโอนย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้ Content หรือเนื้อหาต่างๆที่ต้องการการรับส่งข้อมูลจำนวนมากนั้นจะทำให้คุณสามารถจะทำการรับและส่งข้อมูลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นในการรับส่งไฟล์ต่างๆนั้นสำหรับการแสดงผลภาพและ object 3 มิติจะทำให้คุณสามารถที่จะทำการดาวน์โหลดข้อมูลความคมชัดสูงได้ในเสี้ยววินาทีนั่นจึงทำให้คุณภาพต่างๆของกราฟิกในอนาคตนั้นจะมีการเพิ่มความคมชัดมากยิ่งขึ้นและการรับชมวีดีโอหรือช่องทีวีต่างๆจะมีความคมชัดมากยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบันโดยการใช้งานเครือข่าย 5G นั้นคุณอาจจะสามารถทำการรับชมทีวีที่ความละเอียดระดับ 8k ได้หรือสามารถที่จะดูวีดีโอความคมชัดระดับ 8k ได้อย่างไม่มีปัญหาในการรับส่งข้อมูลหรือเกิดภาพกระตุกนั่นเอง


ข้อด้อยของเครือข่าย 5G


นอกจากเครือข่าย 5G จะมีข้อดีแล้วเครือข่ายรุ่นใหม่นี้นั้นยังมีข้อด้อยด้วยเช่นกันซึ่งผู้ใช้งานนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับรู้และเข้าใจถึงจุดอ่อนของเครือข่าย 5G เพื่อช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


1. การส่งสัญญาณที่สั้น และไม่ทะลุทะลวง


คลื่นสัญญาณเครือข่าย 5G นั้นรองรับการส่งสัญญาณที่สั้นและประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลจะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราอยู่ห่างเสาส่งสัญญาณและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางจำนวนมากนั้นคลื่นสัญญาณเครือข่าย 5G จะไม่สามารถที่จะทำการสอบสวนไปตามช่องว่างต่างๆได้ดีนั่นจึงทำให้ในพื้นที่ปิดที่มีสิ่งกีดขวางจำนวนมากนั้นจะทำให้คลื่นสัญญาณเครือข่าย 5G นั้นมีสัญญาณอ่อนลงกว่าเครือข่าย 4G อย่างเห็นได้ชัด


2.แบตเตอรี่หมดเร็วและร้อน


อุปกรณ์ที่ใช้คลื่นสัญญาณ 5G นั้นจะพบว่าประสิทธิภาพในการใช้งานแบตเตอรี่นั้นจะได้ลงกว่าการใช้งานเครือข่ายแบบ 4G ดังนั้นในการเลือกซื้อมือถือ 5G มาใช้งานนั้นคุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกซื้อรุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุสูงซึ่งจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะใช้งานได้ตลอดทั้งวันและเพียงพอต่อการใช้งาน


3.มีอัตราการอัพโหลดที่จำกัด


ถึงแม้ว่าเครือข่าย 5G นั้นจะมีความเร็วในการดาวน์โหลดที่สูงมากแต่ว่าอัตราในการอัพโหลดนั้นยังถือว่าน้อยอยู่ซึ่งเครือข่าย 5G สามารถที่จะทำความเร็วในการอัพโหลดได้เพียง 1.9 GB ต่อวินาทีซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราการดาวน์โหลด


4.อาจจะไม่มีความครอบคลุมเพียงพอ


เป็นที่ทราบกันดีว่าเนื่องจากว่าเครือข่าย 5G นั้นจะใช้คลื่นที่สั้นจึงทำให้ระยะทางในการรับส่งข้อมูลนั้นสั้นลงไปด้วยและอาจจะทำให้เกิดปัญหาความครอบคลุมของเครือข่าย 5G ในบางพื้นที่นั้นอาจจะไม่มีบริการเครือข่าย 5G ครบถ้วนในทุกพื้นที่ของประเทศในตอนนี้ 



เครือข่าย  5G นั้นมีทั้งข้อดีและข้อด้อย ต่างๆดังนั้นผู้ใช้งานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆก่อนที่จะเลือกมาใช้งานให้ดีเพื่อช่วยให้การใช้งานนั้นมีความคุ้มค่าและเหมาะสมในการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณ