-->

หูฟังบลูทูธ ดีเลย์ หรือไม่ ?

 หูฟังบลูทูธ ดีเลย์ หรือไม่ ? หูฟัง Bluetooth นั้นใช้คลื่นสัญญาณแบบไร้สายซึ่งเป็นคลื่นวิทยุ ในช่วงคลื่นความถี่ 2.402 GHz ถึง 2.480 GHz ซึ่งเป็นสัญญาณวิทยุความถี่สูงในการส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลต่างๆแบบไร้สายนั่นจึงทำให้การส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุดังกล่าวนั้นอาจจะมีอาการหน่วงหรืออาการ delay ให้เห็นบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุปกรณ์ Bluetooth version เก่าจะยิ่งเห็นความแตกต่างในการดีเลย์หรือความหน่วงของการรับส่งข้อมูลเสียงอยู่พอสมควรโดยการส่งข้อมูลเสียงด้วยการใช้สายนั้นจะมีความหน่วงเพียงแค่ 5-10 มิลลิวินาทีเท่านั้นแต่สำหรับการใช้การส่งสัญญาณผ่านคลื่นสัญญาณบลูทูธนั้นความหน่วงในการส่งสัญญาณนั้นอาจจะมีได้ 100-300 มิลลิวินาทีซึ่งมากกว่าการส่งแบบมีสายหลายเท่านั้นเอง 



โดยในวงจรการเชื่อมต่อของบลูทูธนั้นจะประกอบไปด้วยเครื่องรับและเครื่องส่งซึ่งเครื่องส่งนั้นจะทำการส่งข้อมูลในรูปของเสียงไปยังเครื่องรับซึ่งใช้ bandwidth ในการส่งข้อมูลยิ่งตัวไฟล์เสียงนั้นมีความละเอียดมากก็จะหมายถึงขนาดไฟล์ที่ใหญ่มากขึ้นจึงทำให้การที่จะส่งข้อมูลจากส่วนเครื่องส่งไปยังเครื่องรับสัญญาณบลูทูธนั้นช้าลงเหมือนกับการก๊อบปี้หรือทำสำเนาไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ไปไว้อีก 1 ที่นั่นเองจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการดาวน์โหลดและอัพโหลดนานพอสมควร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ในการรับส่งนั่นเองโดยไฟล์ยิ่งมีขนาดใหญ่มากก็จะยิ่งใช้เวลาในการส่งมากขึ้นนั่นเองหูฟัง Bluetooth ก็เช่นกันยิ่งเป็นไฟล์เสียงที่มีความละเอียดสูงก็จะยิ่งใช้ระยะเวลาในการส่งไฟล์นานขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกันกับการส่งไฟล์ที่ถูกบีบอัดให้มีขนาดที่เล็กลง 


และคุณจะเห็นได้ว่าในบางครั้งนั้นหูฟังบลูทูธจะเกิดอาการแลคหรือเกิดอาการกระตุกรวมทั้งสัญญาณขาดขาดหายหายในบางช่วงนั่นเกิดจากอัตราการรับส่งสัญญาณในตอนนั้นมีไม่เพียงพอซึ่งทำให้สัญญาณบางส่วนนั้นขาดหายไปนอกจากความเร็วในการรับส่งแล้วระยะทางในการรับส่งนั้นก็มีผลต่อการรับส่งข้อมูลของคลื่นสัญญาณบลูทูธเช่นเดียวกันโดยยิ่งระยะทางจากเครื่องรับและเครื่องส่งมีมากขึ้นก็จะทำให้อัตราการดีเลย์หรือความหน่วงในการส่งถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องส่งและเครื่องรับนั้นเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน


ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงได้มีการทำการออกแบบตัวเข้ารหัสสัญญาณของตัวเองมาเพื่อทำการบีบอัดไฟล์ที่ใช้ในการส่งข้อมูลแบบดิจิตอลระหว่างเครื่องรับและเครื่องส่งในที่นี้ก็หมายถึงสมาร์ตโฟนซึ่งเป็นเครื่องส่งที่ใช้ในการเล่นเพลงและหูฟัง Bluetooth แบบไร้สายที่เป็นเครื่องรับสัญญาณเสียงโดยยิ่งมีการบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดที่เล็กลงมากเท่าใดฝ่ายก็จะสามารถที่จะทำการส่งผ่านไปยังเครื่องรับได้รวดเร็วขึ้นและทำให้อัตราความหน่วงในการส่งนั้นน้อยลงนั่นเอง


และเราจะเห็นได้ว่าความหน่วงในหูฟังแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นก็มีความแตกต่างกันซึ่งจะเกิดจากระบบการบีบอัดและถอดรหัสไฟล์เสียงที่ใช้ในการส่งนั้นมีความแตกต่างกันนั่นเองจึงทำให้หูฟัง Bluetooth แบบไร้สายแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีอัตราความหน่วงในการใช้งานที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพในการถอดรหัสและเข้ารหัสในการส่งไฟล์เสียงต่างๆนั่นเอง


และนอกจากนั้นเวอร์ชั่นของบลูทูธเองนั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดีเลย์ของหูฟังบลูทูธด้วยเช่นเดียวกันโดยในปัจจุบันนี้ Bluetooth Version ล่าสุดจะเป็น Bluetooth Version 5.1 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจาก Bluetooth Version 5.0 ซึ่งได้มีการลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูลลงและมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิมโดยบลูทูธที่ใช้เวอร์ชั่นยิ่งเก่าก็จะยิ่งมีความหน่วงและมีอัตราในการรับส่งข้อมูลที่น้อยลงด้วยจึงทำให้เกิดการดีเลย์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้นในการที่จะเลือกซื้อหูฟังบลูทูธมาใช้งานนั้นคุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกซื้อหูฟังบลูทูธที่ใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อบลูทูธเวอร์ชั่นล่าสุดซึ่งจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง 


วิธีการแก้ปัญหาหูฟังบลูทูธเกิดอาการดีเลย์นั้นคุณสามารถที่จะทำการแก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุมบลูทูธหรือการติดตั้ง Driver Bluetooth รุ่นล่าสุดและมีการอัพเดทซอฟแวร์รุ่นล่าสุดซึ่งจะทำให้คุณสามารถที่จะใช้งานหูฟังบลูทูธได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ในกรณีที่ผู้ผลิตได้ทำการออกตัวอัพเดทเฟิร์มแวร์ของหูฟังบลูทูธรุ่นนั้นออกมาซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหูฟัง Bluetooth ในแต่ละรุ่นและในการใช้งานนั้นให้คุณเลือกใช้งานระบบการบีบอัดไฟล์หรือ codec ที่ใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์รุ่นล่าสุดซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการรับส่งข้อมูลระหว่าง เครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง