บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน คืออะไร ?

กำลังจะเริ่มทำธุรกิจตัวเราก็เริ่มสงสัยว่า จะต้องเปิดบัญชีธนาคารแบบไหนถึงจะเหมาะสมสำหรับการทำธุรกิจของเรา ซึ่งหลังจากที่ได้ไปค้นหาข้อมูลอยู่พอสมควร จึงได้รับข้อมูลทั้งจากทางธนาคารเอง และ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารที่ให้คำแนะนำที่ดีมากเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคารสำหรับที่จะใช้ในการทำธุรกิจว่า ควรจะเปิดบัญชีแบบไหน เพื่อที่จะให้เหมาะสมและถูกต้องสำหรับการทำธุรกิจของเรา โดยทางธนาคารแนะนำว่าให้เราเปิดบัญชีแบบ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งทางธนาคารก็ได้อธิบายว่าทำไมถึงต้องเปิดบัญชีแบบดังกล่าวดังข้อมูลด้านล่างนี้


บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน คืออะไร  บัญชีเงินฝากกระแสรายวันเป็นประเภทของบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารประเภทหนึ่งที่เจ้าของบัญชีนั้นจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจที่ใช้บัญชีประเภทนี้นั้นสามารถทำธุรกรรมทางด้านการเงินได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และปลอดภัย เพราะว่าผู้ใชไม่ต้องพกเงินจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้ในบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมากในบัญชี บัญชีกระแสรายวันนี้สามารถทำการออกเช็คสำหรับการเบิกจ่ายเงินได้ แต่อาจจะมีข้อเสียตรงบัญชีประเภทนี้จะไม่มีดอกเบี้ยนั่นเอง 

โดยข้อดีของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันนั้นคือ 


  1. ไม่ต้องพกเงินสดเพื่อทำธุรกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ มีการสั่งจ่ายผ่านเช็คเพื่อนำไปขึ้นเงินกับธนาคารได้โดยตรง ผู้ที่มีชื่ออยู่หลังเช็คเท่านั้นจึงจะสามารถขึ้งเงินได้ เรียกว่าเช็คขีดคร่อม หมายถึง เช็คขีดคร่อมที่ระบุชื่อธนาคารไว้ด้วย จะต้องนำฝากเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุชื่อขีดคร่อมไว้เท่านั้น
  2. มีความรวดเร็ว ไม่ต้องไปธนาคารเพื่อทำเรื่องขอเบิกเงิน หรือไปกดเงินยังตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินสดบ่อย ๆ
  3. สามารถสั่งจ่ายเช็คได้ในวงเงินที่ไม่จำกัด

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)  เป็นบัญชีหมุนเวียน เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ สามารถขอใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft) หรือวงเงิน O/D บนบัญชีนี้ได้ โดยผู้กู้จะใช้เงินเมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ และธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เจ้าของบัญชีเบิกเกินบัญชี และเฉพาะวันที่มีการเบิกเกินบัญชีจริงเท่านั้น

Overdraft คืออะไร? Overdraft คือบัญชีการเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft Account: O/D) บัญชีการเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft Account: O/D) บัญชีการเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft Account: O/D) คือการกู้เงินชนิดหนึ่ง บริษัทสามารถฝากเช็คเข้าและถอนออก รวมถึงสามารถขอวงเงินเบิกเกินบัญชีจำนวนหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจได้นั่นเอง อธิบายกันง่ายๆเข้าใจกันง่ายๆก็คือการขอกู้เงินวิธีหนึ่งนั่นเอง โดยที่เราสามารถเขียนจำนวนเงินเกินที่มีอยู่ในบัญชีในเช็คได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปยื่นเรื่องขอกู้กับธนาคารอีก และเงินกู้เบิกเกินบัญชี  OD จะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนของเงินต้นส่วนที่เบิกออกมา และเมื่อนำเงินต้นกลับคืนเข้าไปที่ธนาคารเหมือนเดิม ดอกเบี้ยก็หยุดทันที สำหรับวงเงินกู้เบิกเกินบัญชีในส่วนที่ยังไม่เบิกออกมาก็จะยังไม่คิดดอกเบี้ย ด้วยความยืดหยุ่นนี้ จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยของวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี จะสูงกว่า วงเงินกู้ธรรมดา

บัญชีเงินฝากกระแสรายวันเป็นบัญชีเงินฝากที่ไม่มีดอกเบี้ย หรือหากมีอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าบัญชีออมทรัพย์ จึงไม่เหมาะสำหรับการออมเงิน โดยเงื่อนไขสำคัญในการเปิดบัญชีคือใช้จำนวนเงินฝากขั้นต่ำในการเปิดบัญชี 10,000 บาท ธนาคารจะให้สมุดเช็คแก่ผู้ฝากบัญชีประเภทนี้แทนสมุดคู่ฝาก และจะจัดส่งสเตทเมนท์ (statement) ทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแจ้งยอดเคลื่อนไหวของบัญชีให้ทราบ และผู้ฝากสามารถสั่งจ่ายเช็คให้กับผู้อื่นไปดำเนินการขึ้นเงินจากบัญชีของตนได้ นั่นก็แสดงว่าไม่เหมาะที่จะใช้บัญชีประเภทนี้ในการเก็บออมเงินนั่นเอง ซึ่งทางธนาคารเองก็แนะนำว่าถ้าต้องการเก็บออมเงินแนะนำให้แยกบัญชีให้เป็นบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์จะสะดวกกว่า และมีดอกเบี้ยให้ตามที่กำหนด

แตกต่างจากบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์อย่างไร

สำหรับบัญชีเงินฝากธนาคารแบบออมทรัพย์ หรือเผื่อเรียกนี้ จะเหมาะกับการเก็บเงินแบบแบ่งเก็บเอง เช่น ฝากแยกเอาไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆแต่ละเดือน แต่อาจจะไม่ได้เน้นเป็นการเก็บเงินเพื่อลงทุนหรือเก็บดอกเบี้ยในระยะยาว เพราะบัญชีเงินฝากประเภทนี้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัญชีประเภทอื่น ๆ ที่มีการเน้นเพื่อการเก็บออมเงิน โดยสรุปก็คือ  บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน นั้นใช้สำหรับธุรกิจ ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้งาน และใช้ในการจ่ายแบบเช็คเป็นหลักส่วนบัญชีเงินฝากธนาคารแบบออมทรัพย์ หรือเผื่อเรียกนั้นจะใช้ในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นหลัก นั่นเองทีนี้ก็รู้แล้ว ไปเปิดบัญชีกัน สำหรับท่านที่ยังสงสัยก็แนะนำนะให้ไปสอบถามกับทางพนักงานที่เค้าเตอร์ในธนาคารได้เลย เจ้าหน้าที่จะมีคำแนะนำดี ๆให้คุณอย่างแน่นอน ว่าต้องใช้อะไร เกณฑ์อะไรอย่างอื่นอีกขึ้นอยู่กับธนาคาร และเงื่อนไขต่าง ๆที่ธนาคารกำหนดเนื้อหาในบทความอาจจะไม่ครอบคลุมไปทุกธนาคาร แต่ว่าถ้าแนะนำจะเปิดบัญชีธุรกิจ ให้ไปที่ธนาคารพาณิชนะ อย่าไปธนาคาร อื่นๆที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชละเดี๋ยวจะเสียเวลาเปล่า






โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น